|
Business Intelligence เป็นกระบวนการจัดรวบรวมข้อมูลจากส่วนต่างๆ โดยข้อมูลข่าวสาร BI จะต้องง่ายต่อการเข้าถึงและรองรับมุมมองที่หลากหลาย BI ควรจะรองรับผู้ใช้ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นคว้าข้อมูล ทดลองและหาความสัมพันธ์ นอกจากนี้ BI ควรสามารถรองรับ การทำงานของ data mining ได้ด้วย
ปัญหาที่พบจากการใช้ข้อมูล1. บริษัทฯหรือองค์กรมีข้อมูล (Data) มากมายแต่ยังไม่ได้นำมาทำประโยชน์ให้เป็นข่าวสาร (Information) 2. ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายๆระบบในองค์กร ถูกจัดเก็บในหลายมาตรฐาน หลายรูปแบบ (บางข้อมูลถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในหน่วยหรืออัตราแลกเปลี่ยนที่เฉพาะในแต่ละประเทศ,ข้อมูลช่วงอายุ,เพศ) - ความท้าทายคือการที่ต้องรวบรวมข้อมูลไว้รวมกันให้มีมาตรฐานเดียวกันและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย ข้อคำนึงของ Business Intelligence- เมื่อเราได้รวบรวมข้อมูลต่างๆมาไว้ในที่เดียวกัน เราสามารถจะเปลี่ยนมันเป็นข่าวสารได้ - คนมักจะนำสิ่งที่เขาเห็นได้ง่ายไปใช้ - ข้อมูลข่าวสารจะต้องสนับสนุนการค้นคว้าให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกในการหาคำตอบต่างๆที่มีด้วยตนเอง - BI ต้องตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ได้ อะไรคือ Data Mining?- Data mining เป็นสาขาหนึ่งของ BI ที่นำเอา algorithms ทางสถิติมาใช้ในการจัดการกับข้อมูล - Algorithms เหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์หรือพยากรณ์แนวโน้มต่างๆที่อาจจะคาดไม่ถึง - Data mining มักจะถูกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการคาดการณ์และพยากรณ์(พยากรณ์แนวโน้มในอนาคต) - Data mining มีการใช้ในหลายวงการเช่น ธุรกิจ การศึกษา การกีฬา ฯลฯ แบ่งผู้ใช้ออกเป็น 5 กลุ่มดังนี้1. ผู้บริหารระดับสูง (Top Management : CEO) เป็นผู้ดูแลและเน้นในภาพรวมของธุรกิจ 2. ผู้ตัดสินใจทางธุรกิจ (Middle Management : CxO หรือ Manager ในแผนกต่างๆ) 3. ผู้ใช้งานทั่วไป (Information Worker : IW) 4. พนักงานในสายงานต่างๆ (พนักงานไม่มีความรู้ทางด้าน IT มากนัก) 5. นักวิเคราะห์ (Planner) ความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มผู้ใช้1. ผู้บริหารระดับสูง เป็นผู้ดูแลและเน้นในภาพรวมของธุรกิจ 2. หัวหน้าหน่วยงาน หรือ ผู้ตัดสินใจ โดยทั่วไปจะโฟกัสในส่วนที่ตนรับผิดชอบ เช่นผู้จัดการฝ่ายการเงิน แผนกบุคคล หน่วยการผลิต และอื่นๆ 3. ผู้ใช้ข้อมูลทั่วไป มักจะเป็นผู้จัดการหรือพนักงานที่ยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลการทำงานทั่วไปหรือ Back Office 4. พนักงานในสายงานต่างๆ เป็นพนักงานที่อาจจะใช้ BI โดยที่ไม่ทราบว่าได้ใช้งานอยู่ เช่นพนักงานเก็บเงิน/ภาษี? พนักงานรับสมัครบัตรเครดิต 5. นักวิเคราะห์ เป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเจาะลึก เช่นแผนกงบประมาณและแผน planner วิธีในการให้ข้อมูลแก่กลุ่มผู้ใช้ต่างๆ1. ผู้บริหารระดับสูง : Business ScoreCards- ใช้ Scorecard แสดงภาพขององค์กรโดยรวมให้กับผู้บริหารโดยที่สรุปอยู่ในมุมมองที่เดียว ง่ายต่อการเข้าใจ - Scorecard จะต้องให้ข้อมูลที่เพียงพอในภาพใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงสภาวะของการทำงานและเป้าหมายขององค์กรหรือหน่วยธุรกิจ - ข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอใน scorecard ควรจะเป็นข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้สามารถนำข้อมูลข่าวสารนั้นไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจหรือการบริหารองค์กรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม - Scorecards มักจะมีข้อมูลต่างๆดังนี้: ?- ดรรชนีชี้วัด หรือ Key Performance Indicators (KPIs) ?- KPI ที่เป็นค่าจริงในปัจจุบันเทียบกับค่าในอดีต สำหรับทำการวิเคราะห์แนวโน้ม ?- KPI ที่เป็นค่าจริงในปัจจุบันเทียบกับค่าที่วางแผนไว้ หรือค่าที่พยากรณ์ไว้ ?- ควรจะมีการจัดลำดับของการแสดงข้อมูล ตามแผนกต่างๆ สาขาต่างๆ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้สะดวกในการดูข้อมูล 2. ผู้บริหารระดับกลาง : Dashboards- ใช้ Dashboard เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ตัดสินใจเห็นข้อมูลที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับส่วนหรือแผนกที่รับผิดชอบ - ข้อมูลเหล่านี้อาจจะอยู่ในรูปแบบของ scorecard แผนภูมิ ตาราง หรือรูปแบบอื่นๆ - Dashboard มักจะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน - มีข้อมูลที่ละเอียดและเฉพาะเจาะจงกว่า scorecard - Dashboard มักจะประกอบด้วยข้อมูลที่มีมุมมองที่หลากหลาย ?- ข้อมูลมักจะเป็น KPI และแสดงถึงแนวโน้ม รายละเอียดและการเปรียบเทียบระหว่างค่าปัจจุบันกับค่าในอดีตหรือค่าที่ได้ประมาณการหรือพยากรณ์ไว้ ?- Dashboard จะมีแผนภูมิ ตารางรวมไปถึงส่วนประกอบของ? scorecard ด้วย ?- Dashboard? สามารถจะเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆที่ไม่ใช่ BI เช่นตารางการทำงาน นัดหมาย e-mail ข่าวสารต่างๆ 3. ผู้ใช้ข้อมูลทั่วไป : Reports- รายงานสามารถสร้าง และส่งถึงผู้ใช้งานได้ง่ายและส่งได้ในวงกว้างทำให้ได้รับประโยชน์จากการใช้ BI ?- ผู้ใช้ภายในองค์กร ?- ผู้ใช้ภายนอก - รายงานโดยส่วนใหญ่จะเป็น static Reports หรือรายงานแบบนิ่ง ไม่เปลียนแปลง การนำไปใช้งานจึงไม่ต้องได้รับการฝึกฝนวิธีใช้ - การใช้รายงานจึงมักจะจำกัดมิให้มีการใช้งานแบบโต้ตอบกับระบบมาก - รายงานสามารถนำเสนอในหลากหลายรูปแบบ ทำให้ง่ายต่อการแจกจ่าย - รายงานอาจจะมีข้อมูลในมุมกว้าง เช่น KPI แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีข้อมูลที่เป็นรายละเอียดมากกว่า ?- มักจะมีข้อมูลข่าวสารโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบบที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ใช้ เช่นรายงานสำหรับพนักงานฝึกอบรม พนักงานขาย หรือ ลูกค้า เป็นต้น ?- รายงานอาจจะแสดงรายละเอียดสำหรับ Transaction หนึ่งๆ หรือประวัติของข้อมูลในช่วงระยะเวลานานก็ได้ 4. พนักงานในสายงานต่างๆ : Custom Application Integration- Application ที่ใช้งานโดยพนักงานในสายงาน มักจะประกอบด้วย ระบบ business intelligence โดยที่พนักงานเหล่านั้นไม่รู้ว่าใช้งานอยู่ - Custom applications มักจะประกอบด้วยการทำนายหรือพยากรณ์ผลที่ได้จากแบบจำลองของ data mining - Custom applications สามารถแสดงประวัติและแนวโน้มของลูกค้าปัจจุบัน supplier เป็นต้น - Custom applications จะให้วิธีการที่ง่าย สำหรับผู้ใช้ในการหาความสัมพันธ์จากข้อมูลที่มี 5. Planer : Analytic Applications- Analytic applications ทำให้นักวิเคราะห์หลุดจากการที่ต้องสร้างแบบจำลองที่ซับซ้อนและเขียนการค้นหาข้อมูลที่ยุ่งยาก - นักวิเคราะห์จะเป็นอิสระที่จะโฟกัสในตัวข้อมูลและค้นหาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ - การที่มีการแสดงผลที่ดีทำให้ง่ายต่อการเข้าใจแนวโน้มและความสัมพันธ์ - Analytic application โดยทั่วไปจะไม่มีข้อจำกัด นักวิเคราะห์สามารถได้รับข้อมูลทุกอย่าง - Analytic application สามารถดูและวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรได้ในหลายวิธี - Analytic application มีประสิทธิภาพแต่การใช้งานไม่ง่ายเหมือนกับวิธีการอื่น --------------- การรวบรวมข้อมูล Extration, Transformation, Loading (ETL)- กระบวนการทำ ETL จะรวบรวมข้อมูลโดยการดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบและค่าที่เหมาะสมและจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล - BI จะดูข้อมูลในลักษณะ กลุ่มของ Measure และ KPI โดยดูตาม Dimension Data Warehose ประกอบด้วย- Cubes - Measures - Key Performance Indicators - Dimensions ?- Attributes ?- Hierarchies ----------------- เครื่องมือในการทำ BI ของ Microsoft SQL Server- SQL Server Integration Services (SSIS) สำหรับทำ ETL - SQL Server Analysis Services (SSAS) สำหรับสร้าง Cube - SQL Server Reporting Services (SSRS) สำหรับแสดงผลรายงานรูปแบบต่างๆ ------------------ Scorecards- ทำให้ธุรกิจสามารถเห็นภาพรวมของประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ - อาจจะครอบคลุมธุรกิจโดยรวมหรือบางส่วนในหน่วยธุรกิจ - เป็นจุดรวมที่จะสามารถเห็นสุขภาพหรือสภาวะของธุรกิจได้ - KPI ใน Score Card มักจะแสดงในรูปแบบสภาวะ เช่นไฟเขียวไฟแดง และ แนวโน้ม - Scorecard แบ่งเป็น 2 แบบได้แก่ ?- Business Scorecards ?- Balance Scorecards Business Scorecards- Scorecard ใดๆที่แสดงผลและติดตามสภาวะทางธุรกิจ เช่น ยอดขายของบริษัท เป็นต้น - องค์กรส่วนใหญ่ มีการเก็บข้อมูลยอดขายและมีการตั้งเป้าสำหรับการขาย ?- ยอดขายสามารถเทียบกับเป้ายอดขายได้ ?- ยอดขายสามารถแสดงแนวโน้มโดยใช้ข้อมูลจากยอดขายในอดีตได้ - ในบริษัทต้องการกำหนดคะแนนให้กับหน่วยธุรกิจโดยวัดจาก ยอดขาย ค่าใช้จ่ายและการใช้เงินทุน ?- ด้วย Scorecard เดียวสามารถแสดงผลของทุกหน่วยงานเรียงลำดับตามคะแนน ?- ผู้บริหารสามารถเจาะลึกลงในข้อมูลของหน่วยงานที่ต้องการทราบรายละเอียดได้ - บางบริษัทอาจจะสร้าง Scorecard เพื่อให้ผู้บริหารสามารถเห็นโครงการดำเนินไปในแต่ละเฟส Balanced Scorecards- Balanced Scorecards ถูกสร้างขึ้นโดย Drs. Robert Kaplan และ David Norton - คำว่า ?balanced? นี้ ถูกนำมาใช้เพราะ Kaplan และ Norton คิดว่าองค์กรมุ่งเน้นไปที่ financial metrics มากเกินไป ?- Financial metrics ง่ายต่อการหาข้อมูลและติดตามผล ?- Financial metrics มักจะแสดงสุขภาพโดยรวมของบริษัท ?- Metrics อื่นๆมีความจะเป็นสำหรับสร้างสมดุลย์ขององค์กร - Balanced Scorecard จะดู metrics ใน 4 มุม รวมเรียกว่า perspectives ?- Financial ?- Business Process ?- Customer ?- Learning and Growth ?ที่มา Microsoft Partner Academy : BI |