ความสุขของบางคนขึ้นอยู่ที่เงิน บางคนขึ้นกับคนรัก บางคนขึ้นกับชื่อเสียง แต่ความสุขของชาวพุทธแท้ ความสุขขึ้นอยู่ที่ใจ ง่ายนิดเดียว

ว. วชิรเมธี

ภัยคุกคามข้อมูล 8 ประเภทที่พบมากที่สุดในปี 2551
User Rating: / 2
PoorBest 

ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็ปส์ บริษัท เทรนด์ ไมโคร อิงค์ จัดทำรายงานสรุปภัยคุกคามข้อมูลที่พบมากที่สุด 8 ประเภท ในปี 2551 ได้แก่ แพร่ระบาดสูงสุด, ฝังแน่นที่สุด, แคมเปญการจัดจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุด, ติดตามได้ยากที่สุด, อัตโนมัติที่สุด, ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด, อันตรายสูงสุด และ น่ารำคาญที่สุด ว่ามีภัยคุกคามข้อมูลแบบใดบ้าง

 

แพร่ระบาดสูงสุด: สร้างอันตรายในวงกว้าง

การโจมตีที่มีเป้าหมายไปยัง กลุ่มผู้ใช้เฉพาะ และ เว็บไซต์ยอดนิยม มีเว็บไซต์หลายประเภท
ได้แก่ บันเทิง การเมือง ชอปปิ้งออนไลน์ เครือข่ายทางสังคม ถูกใช้ในการแพร่ระบาดมัลแวร์
ภาวะอันตรายนี้เกิดขึ้นสูงสุดในเดือนพฤษภาคม โดยมีเว็บไซต์หลายแห่งทั่วโลกที่ติดโค้ดร้าย
และแพร่ระบาดไปยังผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ดูเหมือนว่าแนวโน้มนี้จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิน
กว่าที่คาดหมายไว้


ฝังแน่นที่สุด: บ็อตเน็ต

บ็อตเน็ตเปรียบเสมือนสิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในทุกที่ โดยตัวอันตรายสำคัญอย่าง Storm, Kraken,
Mega-D/Odzok, MayDay และ ASProx ได้ปรากฏขึ้นเป็นระลอกๆ ตลอดปี 2551 และยังคง
มีอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อนักวิจัยบ็อตเน็ตดำเนินการตรวจสอบ แม้จะมีการปิดเว็บไซต์ McColo
ผู้สนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์รายใหญ่ไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน แต่ก็เป็นแค่การหยุดกลุ่ม
ผู้เชี่ยวชาญด้านบ็อตชั่วคราว ก่อนที่พวกเขาจะค้นหาเครื่องมืออื่นๆ มาใช้ในการแพร่ระบาดอีกครั้ง


แคมเปญการจัดจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุด: โปรแกรมป้องกันไวรัส (ของปลอม)

ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสลวง แบ่งการทำงานเป็น 2 ขั้น ขั้นแรกจะหลอกผู้ใช้ว่าระบบของพวกเขา
ติดมัลแวร์แล้วด้วยการสร้างอาการติดเชื้อหลอกๆ ขึ้นมา ขั้นต่อมาจะชักชวนให้ผู้ใช้ซื้อโปรแกรม
ป้องกันไวรัสปลอมเพื่อล้างการติดเชื้อลวงนั้น ภัยคุกคามนี้ใช้ช่องทางติดเชื้อและมาในหลาย
รูปแบบ ตั้งแต่สแปมไปจนถึงการวางอันดับเว็บของตนให้ติดในเว็บไซต์ค้นหายอดนิยม (SEO)
เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ ซึ่งยังรวมถึงการฝังตัวอยู่ในเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหลายแห่งด้วย


ติดตามได้ยากที่สุด: ตัวเปลี่ยน DNS

บริษัท เทรนด์ ไมโคร ตรวจพบมัลแวร์สองตัวที่เปลี่ยน DNS? ได้แก่ TROJ_AGENT.NDT และ
BKDR_AGENT.CAHZ ถือเป็นอันตรายต่อโฮสต์ต่างๆ ในเครือข่ายย่อยภายในองค์กร โดยจะติดตั้ง
Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) Server ปลอมบนเครือข่าย มัลแวร์เหล่านี้จะ
ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลและดักจับแพคเก็ตที่ร้องขอจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในเครือข่าย
จากนั้นก็จะตอบกลับการร้องขอที่ดักจับได้นั้นด้วยแพคเก็ตที่มี DNS server ที่เป็นอันตราย
ทำให้ผู้ได้รับแพคเก็ตดังกล่าวถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังเว็บไซต์อันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต


อัตโนมัติที่สุด: ช่องโหว่

หนอน .DLL ที่ชื่อ WORM_DOWNAD.A ได้ใช้ช่องโหว่ MS08-067 และแสดงชุดคำสั่งที่ทำให้
นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย เชื่อว่าจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาบ็อตเน็ตใหม่ขึ้นมา
โดยมีโฮสต์ที่ไม่ซ้ำกันกว่า 500,000 แห่งที่แพร่ระบาดหนอนตัวนี้ไปยังในประเทศต่างๆ แล้ว

นอกจากนี้ ข้อบกพร่องซีโร่เดย์ใน Internet Explorer ยังนำไปสู่ภัยคุกคามข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่
อย่างน้อย? 2 อย่างด้วย ได้แก่ การขโมยข้อมูลและการโจมตีแบบ SQL Injection (ใช้คำสั่ง SQL
เพื่อช่วยในการแฮกระบบ) ซึ่งเกิดกับเว็บไซต์ 6,000 แห่งแล้ว โดยอาชญากรไซเบอร์สามารถใช้
ประโยชน์ข้อบกพร่องเหล่านี้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย


ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด: รูตคิตส์

ภัยคุกคามรูตคิตส์ MBR (Master Boot Record) เริ่มแพร่ระบาดในช่วงต้นปี 2551 โดยบริษัท เทรนด์
ไมโคร ตรวจพบรูตคิตส์ที่ชื่อว่า TROJ_SINOWAL.AD ซึ่งจะค้นหาพาร์ติชันที่สามารถบูตได้ของระบบ
ที่ติดเชื้อ จากนั้นก็จะสร้าง MBR ที่เป็นอันตรายใหม่ขึ้นมาเพื่อโหลดส่วนประกอบของรูตคิตส์ที่ชื่อว่า
RTKT_AGENT.CAV ลงมาไว้ในระบบ แล้วทำการบันทึกไว้ในเซกเตอร์ภายในพาร์ติชันที่สามารถบูตได้


อันตรายสูงสุด: มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware)

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ GPcode รุ่นใหม่ที่บริษัท เทรนด์ ไมโครตรวจพบชื่อว่า TROJ_RANDSOM.A
พบในเดือนพฤศจิกายน มัลแวร์ตัวนี้จะค้นหาและเข้ารหัสไฟล์ที่พบในไดร์ฟที่อ่านและเขียนได้ของระบบ
จากนั้นก็จะแสดงให้ผู้ใช้เห็นว่าไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ดังกล่าวได้ถ้าไม่มีคีย์เข้ารหัสลับ เหยื่อจะได้รับแจ้ง
ว่าต้องซื้อเครื่องมือถอดรหัสลับ ซึ่งจะมีการทิ้งไฟล์ข้อความไว้ในแต่ละโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสลับไว้


น่ารำคาญที่สุด: มัลแวร์แบบรันอัตโนมัติ (AUTORUN)

ไดร์ฟแบบถอดได้และไดรฟ์ที่ใช้งานจริงถือเป็นแหล่งติดเชื้อสูงสุดอันดับ 4 ของโลก โดย 15% ของ
การติดเชื้อทั้งหมดในเอเชียและออสเตรเลียมาจาก มัลแวร์ที่เกิดจากไดร์ฟแบบถอดได้ ประเทศใน
เอเชียส่วนใหญ่จะมีมัลแวร์แบบ รันอัตโนมัติเป็นตัวติดเชื้อสูงสุด และเป็นมัลแวร์ที่ติดเชื้อมากที่สุด
ในพีซีของประเทศในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ด้วย นอกจากนี้มัลแวร์
ดังกล่าว ยังสามารถผ่านเข้าไปยังเครือข่ายของนาซ่าและกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้สำเร็จแล้วด้วย

 

ที่มา ARIP, เทรนด์ ไมโคร

 

Advertisement