เงินเป็นทาสรับใช้ที่ดีแต่เป็นเจ้านายที่เลว
iPhone นำร่อง 3G - WiMAX
User Rating: / 0
PoorBest 

ไอโฟน (iPhone)?นำร่อง 3 จี-ไวแม็กซ์ (3 G - WiMax) เทคโนโลยีกับต้นทุนรักษาอิมเมจของยักษ์มือถือ ในปีหน้า (2552) น่าจะเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม เพราะมีไลเซนใหม่ๆ จ่อคิวออกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น 3 G (third generation) บนคลื่นใหม่ 2.1GHz หรือไวแมกซ์

 

แม้จะไม่มีไวแมกซ์ และ 3 G คลื่นใหม่ บรรดายักษ์มือถือทั้งหลายก็เริ่มขยับขยายการลงทุนกันบ้างแล้ว อย่างน้อยๆ ก็กับการอัพเกรดโครงข่ายเดิมคลื่นความถี่เดิม (850 และ 900MHz) บนเทคโนโลยี HSPA (high speed packet access) เพื่อเนรมิตบริการโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือ 3 G โดยมี เอไอเอส นำร่องไปก่อนแล้วกับเงินลงทุนอย่างน้อยๆ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือห้าพันกว่าล้านบาท

 

ปีหน้า ไม่นับการลงทุน 3 จี บนคลื่น 2100 ถ้า กทช.เปิดประมูล เม็ดเงินที่เราจะใช้ในการลงทุนไม่น่าต่ำกว่าปีนี้ คือ ที่ 1.2-1.4 หมื่นล้านบาท

 

วิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าว และว่า

 

ผมคิดว่าไลเซน 3 G คงออกมาปีหน้า เพราะ กทช.ไม่มีอะไรต้องรออีกแล้ว ถ้าออกมาได้จะดีมาก เท่ากับเป็นการกระตุ้นการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจอย่างนี้

 

สำหรับ 3 G-2100 MHz เอไอเอส ประเมินว่า ช่วง 3 ปีแรกจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่สำหรับ เอไอเอส ที่มีดีกรีเป็นถึงเจ้าตลาด และมี ผู้ถือหุ้นใหญ่กระเป๋าหนักอย่าง เทมาเส็กฯ ย่อมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 

ปีหน้าต้นทุนการเงินสูงขึ้นแน่ แต่ถ้าต้องลงทุน 3 จี เรื่องเงินสำหรับเราไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร แต่แน่นอนว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ การใช้จ่ายต้องระมัดระวังมากขึ้น เชื่อว่าคนอื่นๆ ก็คงไม่ต่างกัน

 

ในมุมของประชาชนผู้ใช้บริการคงต้องรออีกเป็นปีกว่าถึงจะมีโอกาสได้ใช้มือถือ 3 G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz เพราะ กทช. คาดว่าจะเริ่มจัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ใบอนุญาต 3 G ช่วงไตรมาสที่ 1 กว่าจะเปิดประมูล กว่าจะแจกไลเซน และกว่าจะติดตั้งโครงข่ายแล้วเสร็จใน บางส่วนเพื่อเปิดให้บริการได้ เบ็ดเสร็จแล้วปีกว่านับจากนี้อาจเร็วไปด้วยซ้ำ อยากใช้จริงๆ ลอง 3 G บนคลื่น 850 และ 900 MHz ไปพลางๆ ก่อนก็ได้ โดยทั้งดีแทค และทรูมูฟ ตั้งใจว่าจะเผยโฉมไม่เกินในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า

 

โดย ทรูมูฟ แม้จะเป็นน้องนุชสุดท้องในตลาดมือถือก็จริง (เทียบมาร์เก็ตแชร์) แถมไม่ได้มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นยักษ์ข้ามชาติเหมือน เอไอเอส และดีแทค แต่กลับเป็นรายแรกที่ตกลงปลงใจกับ แอปเปิล นำเข้าเครื่อง ไอโฟน 3 G ที่รองรับการใช้งานบนคลื่น 850MHz ทำสัญญา 3 ปี ปีละ 1 แสนเครื่อง !!!

 

ทำเอาพี่ใหญ่ เอไอเอส และน้องรอง ดีแทค งงไปเลยกับความใจถึงของ น้องเล็ก เรียกว่า มีเครื่อง ไอโฟน 3 G ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนที่เน็ตเวิร์กจะขึ้นเสียอีก ในระหว่างนี้ ทรูมูฟ จึงเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนจองสิทธิในการซื้อ ไอโฟน ไปพลางๆ

 

ได้ยินว่า เดิมเครื่องลอตแรกจะเข้ามาอวดโฉมก่อนคริสต์มาสนี้ มาเจอเหตุ สนามบินปิด เลยต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ จะเปิดตัวเป็นทางการปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าโปรดติดตาม แต่ที่แน่ๆ ถึง ทรูมูฟ จะเป็นรายแรกที่ประกาศความร่วมมือกับแอปเปิลก่อนใคร แต่วันทำตลาดจริงจะพร้อมกันหมด แค่ 2 เจ้า (ทรูมูฟ และเอไอเอส) หรือครบ 3 เจ้ารวม ดีแทค ด้วย ถึงนาทีนี้ยังต้องลุ้น ได้ยินว่าพี่ใหญ่กับน้องรองพยายามที่จะร่วมมือกันในดีลนี้ ว่ากันว่า ถ้าสำเร็จต่างฝ่ายต่างจะเจ็บตัวน้อยหน่อยกับดีลสุดเขี้ยวนี้

 

ข้างยักษ์ เอไอเอส ด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าตลาดที่ประกาศตัวมาตลอดว่า เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ในแง่หน้าตา และศักดิ์ศรีจึงพลาดดีล ไอโฟน ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ถึงไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจก็เถอะ "เจ๊งไม่ว่า แต่ขายหน้าไม่ได้" ประมาณนั้นเลย ไม่อยากได้ แต่ต้องได้ เพื่อรักษาอิมเมจ "ผู้นำ" จึงแลกมาด้วยราคาแสนแพง (แต่แพงน้อยกว่าทรูมูฟ) ตัวเลขที่รับมา 3 ปีเหมือนกัน แม้ไม่ถึง 3 แสนเครื่องก็จริง แต่ก็หย่อนไปไม่เท่าไร (2.75 แสนเครื่อง)

 

ไม่รวมข้อตกลงที่ว่า ต้องใส่เม็ดเงินด้านการตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านอีกต่างหาก เอไอเอส หนักกว่า ทรูมูฟ และ ดีแทค ตรงที่ ถึงวันนี้เครื่อง ไอโฟน 3 G ยังไม่มีที่รองรับการใช้บน 900MHz ด้วยซ้ำ หมายความว่า ลูกค้า เอไอเอส จะใช้ไอโฟนได้อย่างมากก็บนเครือข่ายเอดจ์เท่านั้น

 

ว่ากันว่า วันนี้แม้ยังไม่ได้ขายเป็นทางการ ก็มีลูกค้าเอไอเอสที่ใช้ ไอโฟน อยู่แล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นราย ข้างทรูมูฟ และดีแทค ก็เช่นเดียวกัน ถึงเวลาขายจริง ถ้าต้องการลูกค้ามากๆ ระดับปีละแสนเครื่องก็คงต้องอัดฉีดกิจกรรม กระตุ้นยอดขายกันอย่างหนัก สวนทางเศรษฐกิจขาลงเสียนี่กระไร

 

กลุ่มที่อยากใช้ไอโฟนก็มีใช้ไปหมดแล้ว น่าสนใจว่า ถ้าโอเปอเรเตอร์เอาเข้ามาขายเองจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นสักเท่าไร ถ้าไม่มีบริการใหม่ๆ มาดึงดูดใจ ลำพังแค่ตัวเครื่องไม่น่าดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากนัก เว้นแต่จะมีกลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งก็ไม่คุ้มอีก เพราะต้นทุนเครื่องแพง ขายถูกก็ต้องซับซิไดซ์ ผู้สันทัดกรณีในวงการมือถือให้ความเห็น

 

ระหว่าง "3 จี (2.1GHz) ไวแมกซ์ และไอโฟน" ไอโฟน มาก่อนเพื่อน แต่จะได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพของเครื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า ทรูมูฟ-ดีแทค อัพเกรดเครือข่ายได้เร็วแค่ไหน

 

ส่วน 3 จี-ไวแมกซ์ ขึ้นอยู่กับการทำงานของ กทช. ที่แน่ๆ ปีหน้าถือเป็นปีทองของผู้ผลิตอุปกรณ์โดยแท้ แต่กับยักษ์มือถือคงรู้ซึ้งคำว่า "ทุกขลาภ" ก็คราวนี้เอง ฟากผู้บริโภคคงต้องถามก่อนว่า เงินน่ะมีไหม ถ้ามีก็ไม่ใช่ปัญหา

 


ที่มา http://www.matichon.co.th

 

Advertisement