ไม่ว่าจะทำให้ตัวเราเองรู้สึกเป็นทุกข์หรือเข้มแข็ง สิ่งที่เราต้องทำก็ยังคงหนักเท่าเดิม?
Notebook
7 Habits... 7 นิสัยพื้นฐานแห่งความสำเร็จ

7 Habits

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ได้ไปเรียนหลักสูตร 7 Habits มา พบว่าส่วนใหญ่แล้ว นิสัย 7 อย่างนี้ก็เป็นสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว เพียงแต่เขาเอามาเรียบเรียงให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้ ผมเลยสรุป นิสัยทั้ง 7 มาให้อ่านกัน สนุกๆ

 

เริ่มบทด้วย Foundation ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับ กรอบความคิด หมายถึง วิธีการที่เรามอง เข้าใจ และตีความ เขาอธิบายต่อไปว่า สิ่งที่เราเห็นจะกำหนดพฤติกรรม และพฤติกรรมก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ นั่นคือ หากเรามีมุมมองต่อสิ่งหนึ่งในด้านดี เราก็จะปฏิบัติในทางที่ดี ผลที่ดีก็ย่อมเกิด ในทางตรงกันข้าม หากเรามีอคติกับสิ่งใดแล้ว เราก็ย่อมปฏิบัติอย่างมีอคติ ผลที่ออกมาก็จะไม่สู้ดีนัก

 

เข้าสู่ นิสัยทั้ง 7 เลยดีกว่า แต่บอกไว้ก่อน 1-3 เป็นนิสัยสำหรับส่วนตัว 4-6 เป็นนิสัยสำหรับส่วนรวมนะ

 

1. Be Proactive

เขาอธิบายว่า เวลาที่มีสิ่งเร้ามากระทบกับตัวเรา หากเราโต้ตอบไปทันที เรียกว่า Reactive แต่ถ้าเราหยุดใช้สติ คิด แล้วเลือกการตอบสนอง เรียกว่า Proactive สรุปง่ายๆ คือ ให้เรามีสติในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เผชิญอยู่นั่นเอง ในนิสัยนี้ยังสอนด้วยว่า เรามักไปกังวลกับสิ่งที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น Proactive สอนให้เราทำในสิ่งที่เราทำได้ให้มากที่สุด ทำตัวเราที่ทำได้ให้ดีที่สุด คุ้นๆ ไหมครับว่าเหมือนหลักอะไร

 

2. Begin with the End in mind

อันนี้ก็ง่ายๆเลย ก่อนที่เราจะทำอะไรให้เราคิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายก่อน ว่าอยากให้เป็นอย่างไร แล้วจากผลลัพธ์ที่คิดในใจก็จะแปลเป็นวิธีการไปสู่จุดหมาย หากเราทำงานโดยที่ภาพสุดท้ายไม่ชัดเจน งานมันก็จะออกมาอีหลักอีเหลื่อ แต่ถ้าเรามีภาพสุดท้ายแล้ว ก็เหมือนมีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะรู้ว่าเราต้องเตรียมอะไรอย่างไรบ้าง

 

3. Put First Things First

ก็คือ ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ก็จะมีคำถามต่อว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ ง่ายๆ เลยครับ เราต้องรู้บทบาทหน้าที่ของเราก่อน 1 คนมีได้หลายบทบาท เช่น พ่อ เพื่อน ลูก สามี ลูกจ้าง เจ้านาย พนักงาน ประชาชน ฯลฯ แล้วเราก็จะรู้ว่าในแต่ละบทบาทอะไรคือสิ่งสำคัญ ในบทนี้เขาบอกต้องแยกให้ออกระหว่าง สิ่งสำคัญ/ไม่สำคัญ งานเร่งด่วน/ไม่เร่งด่วน ถ้าเรารู้จักวางแผนดีๆ งานสำคัญไม่เร่งด่วนก็จะเยอะกว่างานด่วนและสำคัญ กับ งานด่วนแต่ไม่สำคัญ

 

4. Think win-win

อันนี้เป็นเรื่องของทัศนคติ ในการทำงาน/ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น คนส่วนใหญ่จะคิดแบบ เราชนะนายแพ้ หรือเรายอมแพ้ให้นายชนะ หรือ เราไม่ได้นายก็ต้องไม่ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีความสูญเสียเกิดขึ้น ทัศนคติแบบ ชนะ-ชนะ บอกไว้ว่า เรามีทางเลือกเสมอ และมีทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย อันนี้ค่อนข้างเป็นสิ่งที่ทำยากหน่อย เพราะมันเริ่มเป็นนิสัยสำหรับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นแล้วอ่ะ

 

5. Understand before be Understood

แปลง่ายๆ เลย คือเข้าใจเขาก่อนที่จะให้เขาเข้าใจเรา วิธีง่ายๆ ก็คือ การฟัง เขาบอกว่าคนเรามักไม่ชอบฟังผู้อื่น มักคิดถึงแต่สิ่งที่ตนจะพูดเท่านั้น และมักด่วนสรุปตัดสินใครง่ายๆ จากการฟังไม่กี่ประโยคเพื่อที่จะให้คำแนะนำจากประสบการณ์ของเราเอง นิสัยนี้เขาสอนให้เราฟังคนอื่นแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา นั่นเอง

 

6. Synergize

หรือ ผนึกพลังผสานความต่าง คนเรามักอยู่ในมุมของตัวเอง ไม่ยอมรับความเห็นของผู้อื่น ถ้าเราเปิดใจยอมรับความเห็นที่แตกต่างได้ นั่นย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง 1+1ได้มากกว่า 2 ก็เพราะการยอมรับในความต่าง

 

7. Shappen the saw

แปลง่ายๆ ว่า ลับเลื่อยให้คมเสมอ ก็คือหมั่นเติมพลังให้ชีวิต ทั้ง 4 ด้านได้แก่
- ด้านสติปัญญา เช่น อ่านหนังสือ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
- ด้านกายภาพ เช่น หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์
- ด้านอารมณ์ เช่น หมั่นคิดในสิ่งที่ดี ทำดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
- ด้านจิตวิญญาณ เช่น เข้าวัดเข้าโบถส์ อยู่กับธรรมชาติ ทะเล ภูเขา ฟังเพลงที่ชอบ ดูหนังที่สนุก

 

จะเห็นได้ว่าไอ้นิสัยทั้ง 7 นี้ เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว มันแทรกสอดอยู่ในวิถีชีวิตของชาวตะวันออกมาช้านาน แล้วคุณ Covey ก็รวบรวมออกมาเป็นหมวดหมู่ ถ้าสังเกตดีๆ นิสัยเหล่านี้เราถูกปลูกฝังกันมาอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ ทั้งในรูปคำอบรมสั่งสอนจากปู่ย่าตายาย จากศาสนา จากพ่อแม่ ครูอาจารย์ แต่เราไม่ได้เอาออกมาใช้กันเท่าไหร่นัก ซึ่งจริงๆแล้ว มันเอาไปใช้ในชีวิตตั้งหลายเรื่อง เช่น เรื่องการเรียน การงาน ครอบครัว เพื่อนฝูง เป็นต้น

 

ที่มา คุณ Bambie (Bloggang.com)

 
Smart Technology