บุตรธิดา คือ กระจกเงาของพ่อแม่

ว. วชิรเมธี

เทคนิคการสร้าง Google CSE
User Rating: / 3
PoorBest 
บทความนี้จะแนะนำแนวทางว่าคุณจะสร้าง Custom Search Engine ที่แสดงผลลัพธ์ที่ดีกว่าของ Google อย่างไร
จากที่ Google เก็บ Web Page ไว้จำนวนมาก จนทำให้เกิดปัญหากับผู้ใช้งานว่า ผลลัพธ์ที่ได้มากจนเกินไป ทำให้การค้นหาสิ่งที่ต้องการยากขึ้นกว่าเดิมมาก

ซึ่งปัญหานี้ทาง Google ได้ออกบริการใหม่ที่ชื่อว่า "Google Custom Search Engine" สำหรับให้ ผู้ชำนาญเฉพาะด้านสามารถกำหนดรายละเอียดการค้นหาไว้เอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้เฉพาะด้านมากขึ้น ไม่ต้องไล่หาสิ่งที่ต้องการจากผลลัพธ์อีกรอบ อีกรอบ และ อีกรอบ

Google Custom Search Engine เริ่มเปิดให้ใช้งานครั้งแรกเมื่อ 24 ตุลาคม 2549 โดยเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถมี Custom Search Engine เป็นของตนเองได้ไม่ยาก เพียงแต่เป็นสมาชิกของ Google แล้วสร้างใส่รายละเอียดของ Search Engine ที่ต้องการเข้าไป เสร็จแล้วก็สามารถนำหน้า Web Search มาใช้งานได้เลย หรือใครมีเว็บไซท์อยู่แล้ว ก็สามารถนำมา Code ใช้งานได้เลยไม่ยาก

ขั้นตอนหลักในการสร้าง Custom Search Engine
1. หา Topic Area
2. หา ข้อความค้นหา (10 ถึง 20) สำหรับใช้ทดสอบ CSE
3. รวบรวมรายชื่อของ Website ที่เหมาะสมสำหรับ Topic นั้น
4. สร้างหน้า CSE สำหรับทดสอบโดยใช้หน้าของ Google
5. ทดสอบ CSE ที่ได้จากการวาง Code บนหน้าเว็บของคุณ
6. ปรับแต่งและทำซ้ำจนพอใจ
7. รอรับผลการใช้งานจากผู้ใช้

1. หา Topic Area
ขั้นตอนแรก คุณต้องยอมรับว่าคุณไม่ควรทำ search engine สำหรับเว็บทั้งหมดเอง (ถ้าทำได้คุณก็ทำแข่งกับ Google ได้เลย) แต่เป้าหมายควรจะเป็นผลลัพธ์ที่ตรงใจผู้ใช้มากกว่า เช่นเดียวกันการตั้ง Topic Area สำหรับทำ CSE ไว้กว้างเกินไปจะกลายเป็นงานยากสำหรับคุณ ดังนั้นคุณควรจะมุ่ง (Focus) ไปยังเรื่องที่คุณมีความรู้ความชำนาญอยู่แล้วมากกว่า

ขั้นต่อไป สร้าง search engine ที่ดีกว่า โดยสมมุติฐานว่า search engine ตัวเดิมมีข้อจำกัดอยู่ ดังนั้นวิธีที่ดีในการเริ่มคือ หาข้อจำกัดของผลลัพธ์นั้น ซึ่งวิธีที่ช่วยให้ผลการค้นหาที่ได้ จำกัดเฉพาะเรื่องที่เจาะจงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณค้นหาคำยอดยอดฮิต เช่น โรคข้ออักเสบ Google จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เป็นการค้นหาของหมอ, นักเรียนที่กำลังทำวิจัย, หรือพนักงานบริษัทที่ผลิตยากำลังทำวิจัยอยู่ ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ได้โดยทำให้ CSE ค้นหาในแนวตั้งได้ โดยคุณอาจสร้าง 4 CSE ดังนี้

o ค้นหาข้อมูลโรคข้ออักเสบ สำหรับ หมอ
o ค้นหาข้อมูลโรคข้ออักเสบ สำหรับ คนไข้
o ค้นหาข้อมูลโรคข้ออักเสบ สำหรับ พนักงานบริษัทผลิตยา
o ค้นหาข้อมูลโรคข้ออักเสบ สำหรับ นักเรียน

เมื่อคุณทำดังนี้แล้ว คุณจะมี Search Engine ที่ให้ข้อมูลที่ลูกค้าคุณต้องการได้ดีกว่า Google คุณสามารถปรับ (Refine) ผลการค้นหาให้ดีขึ้นกว่าตัวอย่างข้างบนได้เอง (เช่น คนไข้ต้องการ หาซื้อยา, ค้นหาหมอ หรือ จะทำวิจัย) ซึ่งมีได้หลากหลายวิธีในการสร้างตัวค้นหาแนวตั้ง (Vertical Search Engine) ที่เจาะจงเนื้อหาที่ระบุไว้

2. หา ข้อความค้นหา (10 ถึง 20) สำหรับใช้ทดสอบ CSE
คุณควรทำการวิจัยเพื่อหาเว็บไซท์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และคุณจะใช้ในการทดสอบ CSE ของคุณเมื่อทำเสร็จแล้วด้วย ซึ่งขั้นตอนนี้จำเป็นต้องมี คำค้นหา ที่เกี่ยวข้อง (a set of search terms) โดยคำค้นหาเหล่านั้นต้องครอบคลุมหัวข้อ (Topic Area) สำหรับ search engine ของคุณ

ในที่นี้ คำค้นหาที่กว้าง มีความสำคัญ เพราะคุณต้องให้ Search Engine ของคุณ ให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมแก่ผู้ค้นหาทุกกลุ่ม เช่น ถ้าคุณเจาะจงที่ข้อมูลโรคข้ออักเสบสำหรับหมอ คุณต้องหาคำอื่นนอกจาก "โรคข้ออักเสบ" ด้วย เช่น ถ้าคุณหาจากประโยคเช่น "อาหารเสริมสำหรับผู้เป็นโรคข้ออักเสบ" เพื่อให้ search engine ของคุณให้ข้อมูลที่ดีในแต่ละหัวข้อย่อย ต่างๆ

3. รวบรวมรายชื่อของ Website ที่เหมาะสมสำหรับ Topic นั้น
คำค้นหาของคุณจะถูกค้นจากเว็บไซท์ที่ดีที่สุด เริ่มจาก Google เพื่อหาผลลัพธืที่คุณได้ แล้วจดเว็บไซท์ที่คุณคิดว่าดีที่สุดมาเก็บไว้ ถ้าคุณต้องการได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม ให้กรองเอาเว็บไซท์ที่มีโฆษณาเยอะๆ ออกไป และมองหาต้นฉบับ (Authoritative Resources) ของข้อมูลนั้น

ขั้นตอนการกรอง (Google filtering) สำคัญมาก ถ้าคุณทำ ตัวค้นหาข้อมูลโรคข้ออักเสบสำหรับหมอ คุณต้องตัดหน้าเว็บที่ทำสรับคนไข้ออกไป และแน่นอนคุณต้องกับจัดเว็บแอบแฝง (Spam) ออกไปด้วย วิธีนี้จะทำให้ตัวค้นหาข้อมูลจากเว็บไซท์ที่กลั่นกรองแล้ว ส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

หลังจากได้รายชื่อเว็บไซท์จาก Google แล้ว ลองใช้ Search Engine ตัวอื่นเช่น Yahoo, MSN หรือ Ask เพื่อหาเว็บไซท์ที่มีคุณภาพ ที่ Google หาไม่เจอ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถให้กับ CSE ของคุณ

ให้จำว่า การใช้คำค้นหาที่ต่างๆ กันในการสร้าง CSE ของคุณ และคุณต้องทำให้มั่นใจว่ามันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ใช้ของคุณครบทุกกลุ่ม

4. สร้างหน้า CSE สำหรับทดสอบโดยใช้หน้าของ Google
ตอนนี้คุณมีรายชื่อเว็บไซท์ และสร้าง CSE ไว้บ้างแล้ว คุณสามารถใช้หน้า trial CSE ของ Google เพื่อทดสอบการทำงานก่อนนำไปใช้จริง

5. ทดสอบ CSE ที่ได้จากการวาง Code บนหน้าเว็บของคุณ
ตอนนี้คุณสร้างมันและทดสอบมันแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการทดสอบคือ เปิดหน้าต่างคู่กัน หน้าต่างหนึ่งเป็น CSE ของคุณ อีกหน้าต่างหนึ่งเป็นหน้าปรกติของ Google จากนั้นทดสอบจากคำค้นหาทั้งหมดของคุณ เปรียบเทียบผลลัพธ์และจดรายละเอียดเพื่อทำให้ CSE ของคุณทำงานได้ดีขึ้น และจดสิ่งที่คุณเห็นว่า CSE ของคุณยังขาดไป เพื่อนำมาปรับปรุงต่อไป

ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานาน แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพจาก CSE ของคุณ การที่คนแก้ไขปรับปรุง search engine ไม่ใช่งานง่ายๆ และคุณต้องตัดสินใจหาผลลัพธ์จากความแตกต่าง (และดีกว่า) ให้ผู้ใช้ของคุณ ซึ่งจำเป็นต้องทำหลายๆ ครั้ง นั่นหมายความว่าคุณควรจะมี บรรณาธิการหลายๆคนมาช่วยตัดสินใจด้วย

6. ปรับแต่งและทำซ้ำจนพอใจ
หลังจากคุณทำการปรับปรุงตามผลที่ได้จากการทดสอบแล้ว ให้ปรับรายชื่อ URL และทำซ้ำขั้นตอนที่ 4 และ 5 จนได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์

7. รอรับผลการใช้งานจากผู้ใช้
หลังจากคุณทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว หรือต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น ให้หาคำแนะนำหรือความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน (Third Party Feedback) ซึ่งมีได้หลายทางในการสำรวจความคิดเห็น วิธีพื้นฐานวิธีหนึ่งคือหาคนอื่นมาช่วยทดสอบก่อนเปิดให้ใช้งานจริง หรือจะเปิดให้ใช้งานจริงก่อนแล้วให้กลุ่มผู้ใช้ส่วนหนึ่งทดลองใช้ก่อน แน่นอนคุณสามารถทำทั้งคู่ก็ได้