ไม่ว่าเธอจะมองโลกของเงินเป็นแบบไหน เธอจะพบกับโลกของเงินแบบนั้นในชีวิตจริงด้วย เธอไม่สามารถเปลี่ยนโลกของเงินที่เธอเผชิญอยู่ได้จนกว่าเธอจะเปลี่ยนความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเงินที่ฝังอยู่ในใจเธอเสียก่อน

ผู้แพ้ และ ผู้ชนะ ในสังคมญี่ปุ่นวันนี้
User Rating: / 3
PoorBest 


ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ได้ทำให้บริษัทใหญ่ๆ ทั้งหลายได้ละทิ้งหลักการการบริหารงานบุคคลที่สำคัญไปประการหนึ่ง ได้แก่ การลดทอนการจ้างงานตลอดชีวิต จนเกือบจะหมดสิ้นไปแล้วในวันนี้




การละทิ้งหลักการการบริหารงานบุคคลในครั้งนั้น ดำเนินต่อเนื่องมาด้วยการขยายการจ้างงานลักษณะใหม่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายไม่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตการทำงานของพนักงานอีกต่อไป ซึ่งก็คือ การสร้างการแยกงานไปให้แก่บริษัทอื่นรับเหมาทำแทน (Subcontact) อันส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่สามารถทำกำไรได้มากขึ้น ทั้งจากผลประโยชน์ที่ได้จากการแข่งขันกันของบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามารับเหมาช่วงต่อ และการลดต้นทุนการผลิตในด้านการดูแลพนักงาน


บริษัทที่รับช่วงงานนั้นก็มักจะใช้พนักงานชั่วคราว เพราะมีความไม่แน่นอนในโอกาสของการจะได้งาน การจ้างพนักงานชั่วคราว จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลของบริษัทรับช่วงงาน
ช่วงของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ นักวิชาการทั่วไปมักจะเรียกกันว่าเป็น "ทศวรรษของการสูญหาย" (The Lost decades) โดยเน้นถึงเศรษฐกิจมหภาคและภาคการเก็งกำไร อาทิเช่น ตลาดหุ้น ในขณะนี้กำลังถูกตอกย้ำ ว่า เป็นทศวรรษที่สองของการสูญหาย (Two Lost Decades?) แต่ในความเป็นจริง หากพิจารณาในมิติที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นจะพบว่า ภาคการผลิตอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นนั้นไม่ถึงกับสูญหายเสียเลย หากแต่เป็นช่วงของการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตครั้งใหญ่ และการปรับเปลี่ยนในทศวรรษแรกนี้เองได้เป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นพังไปมากกว่านี้ หลังจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่อเมริกา


ดังนั้น สิ่งที่สูญหายไปคืออะไร


ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ได้ "ทำลาย" ส่วนสำคัญของการผลิตของญี่ปุ่นไปอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ การทำลาย "ทุนวัฒนธรรม" ในระบบการผลิต กล่าวได้ว่า หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สังคมญี่ปุ่นได้สร้าง "ทุนวัฒนธรรม" ในการผลิตขึ้นมา อันได้แก่ ความมั่นคงของชีวิตการทำงาน สังคมเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ขยายตัวอย่างมาก จากพลังของ "ทุนวัฒนธรรม" นี้ พนักงานญี่ปุ่นที่รู้สึกได้ถึงความมั่นคงของชีวิตการทำงาน เขาก็สามารถจะวางจังหวะการใช้ชีวิตของเขาอย่างสบายใจ อัตราการออมที่มีน้อยมากของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการบริโภค อันเกิดจากความมั่นใจในการคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ซึ่งพลังการบริโภคนี้ส่งผลให้ตลาดภายในของญี่ปุ่นขยายตัวรองรับอุตสาหกรรมของตนจนนำไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมหาศาล พร้อมกันนั้น ความรู้สึกถึงความมั่นคงในชีวิตการทำงานส่งผลให้พนักงานญี่ปุ่นมุ่งมั่นในการทำงานอย่างที่ทราบกันดีทั่วไป


ความเปลี่ยนแปลงทางการผลิตที่กล่าวข้างต้น ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมญี่ปุ่นอย่างไพศาล ความขยันในการทำงานไม่ใช่เพื่อบริษัทหรือกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ตนรัก หากแต่เป็นเพียงเพื่อเก็บรักษางานเอาไว้ในยามที่คนส่วนใหญ่กำลังตกงานหรือหมิ่นเหม่ที่จะตกงานเท่านั้น ความขยันจึงเทียบไม่ได้กับความมุ่งมั่นในการทำงานเช่นที่ผ่านมากก่อน "ทศวรรษของการสูญหาย"

การสูญสลายของ "ทุนวัฒนธรรม" มีผลต่อสังคมญี่ปุ่นอย่างไพศาล วรรณกรรมฝ่ายซ้ายในช่วงทศวรรษ 1960-1970 ที่เน้นการกดขี่ขูดรีดแรงงาน กลับมาได้รับความนิยมในคนกลุ่มต่างๆ หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มนักศึกษาเช่นเดิม ในสังคมญี่ปุ่นมีการกล่าวกันถึงความไม่เท่าเทียมกันหนาหูมากขึ้น ขณะเดียวกัน คำพูดที่เริ่มได้รับความนิยม ก็คือ การกล่าวถึงตนเองในฐานะ "ผู้แพ้" หรือ "ผู้ชนะ" (Loser or Winner) อันหมายถึง การสร้างอัตลักษณ์ของตนเองใหม่ภายใต้เงื่อนไข ที่บีบรัดมากขึ้น จากระบบการผลิตที่เปลี่ยนแปลงมา


สังคมญี่ปุ่นที่เคยมีชนชั้นกลางเป็นแกนกลางและมีความมั่นคงในชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การเกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจที่เกิดจากความเจ็บปวดทางใจของ "ผู้แพ้" เกิดขึ้นหลายครั้ง พนักงานที่ถูกไล่ออกจากงานจำนวนมากก็จะตกอยู่ในสภาพของคนไร้ที่อยู่อาศัยทันที ไม่ว่าเพราะด้วยเหตุผลว่าเดิมอยู่บ้านของบริษัท เมื่อถูกออกจากงานก็ต้องออกจากบ้านด้วย หรือเมื่อไร้งานก็ไร้เงินผ่อนบ้าน


การเกิดขึ้นของหมู่บ้าน Haken Mura โดยกลุ่ม NGO กลุ่มหนึ่งได้รวบรวมเอาพนักงานที่ถูกไล่ออกจากงาน และไม่มีบ้านมาอยู่รวมกันที่สวนสาธารณะ Hibaya เพื่อที่จะเรียกร้องต่อรัฐบาลญี่ปุ่นให้ดูแลคนตกงานและไร้บ้านกลุ่มนี้ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นก็ยอมให้หมู่บ้านนี้ได้ใช้พื้นที่ห้องประชุมของหน่วยราชการใกล้เคียง


น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่สังคมเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ทำ "ทุนวัฒนธรรม" สูญหายไป เพราะการสูญสลายของ "ทุนวัฒนธรรม" ได้นำมาซึ่งความทุกข์ยากของคนญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้น


สำหรับสังคมไทยในวันนี้ ความขัดแย้งอันเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจที่นำมาซึ่งการต่อสู้ทางการเมืองอย่างรุนแรงนั้น ได้ทำลาย "ทุนวัฒนธรรม-ความเป็นไทย" ไปจนหมดสิ้นแล้ว สังคมไทยเราจะเหลือพลังอะไรในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของทั้งโลก


ที่มา รศ. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์
?

 

Polls

หัวข้อที่คุณชอบหรือสนใจเป็นพิเศษ
 

Statistics

Content View Hits : 630023
We have 21 guests online