Main Menu
Search
Featured Products
Featured Links
สุขก็ธรรมดา ทุกข์ก็ธรรมดา ใครเห็นธรรมดา คนนั้น เห็นธรรม ใครเห็นธรรม คนนั้น เห็นธรรมดา ใจที่เห็นธรรมดา จะไม่หวั่นไหวเพราะสุขและทุกข์อีกต่อไป ว. วชิรเมธี |
| เทคนิคการหางานทำ การเตรียมตัวขณะที่เข้ารับการสัมภาษณ์งาน |
|
ถึงแม้ว่าคุณจะลองซ้อมตอบคำถามต่างๆ ไว้ล่วงหน้าแล้วและหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับหน่วยงานที่คุณสมัครไว้แล้ว แต่เมื่อสัมภาษณ์จริงๆ ก็คงมีอีกหลายคำถามที่คุณไม่ได้เตรียมไว้ก่อน เพราะคงไม่มีใครเดาเหตุการณ์ถูกทั้งหมดว่าจะถูกตั้งคำถามอะไรบ้าง หรือถูกขอให้ทำอะไรบ้าง
ดังนั้น ข้อแนะนำในการเตรียมตัวในขณะเมื่อสัมภาษณ์ก็คือ หลังจากที่ได้เตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่สำคัญๆ มาก่อนล่วงหน้าแล้ว ก็ขอให้คุณอย่าได้วิตกกังวลต่อสิ่งใด อีกต่อไป ขอให้คุณมีความมั่นใจว่า คุณคือผู้หนึ่งที่นายจ้างพอใจในคุณสมบัติต่างๆ แล้ว เขาจึงเรียกคุณมาสัมภาษณ์ และจงมีความมั่นใจในตัวเองว่า ถ้ามีสถานการณ์ใดๆ ที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน สถานการณ์ดังกล่าวก็คงจะเกิดขึ้นกับผู้สมัครอื่นๆ ด้วยเช่นกัน และด้วยสามัญสำนึกของคุณ คุณก็จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำบางประการที่จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวเตรียมใจได้ดีขึ้น รวมทั้งข้อแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนขณะเมื่ออยู่ในห้องสัมภาษณ์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่คุณดังนี้
1. อย่าตื่นเต้นเกินไป ประการแรก คุณควรรู้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ ที่ทุกคนจะอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อถูกสัมภาษณ์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่จบการศึกษาใหม่ๆ และถ้าไม่เคยถูกสัมภาษณ์มาก่อน ผู้สัมภาษณ์เองเขาก็คาดไว้เช่นกันว่า คนที่นั่งข้างหน้าเขาขณะนั้นจะต้องมีการตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย และผู้ที่มีประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ มักจะทำเป็นไม่สังเกตเห็น และหลีกเลี่ยงที่จะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น อยากให้คุณคิดไว้อย่างหนึ่งว่า คนที่จะสัมภาษณ์คุณนั้น เขาต้องการที่จะ "จ้าง" คน ไม่ใช่มา "ต้อน" คน ถ้าหากมีบางอย่างจะเสนอให้กับหน่วยงานของเขา หรือว่าเหมาะสมกับหน่วยงานของเขา และการที่คุณได้รับเลือกให้เป็นผู้หนึ่งที่ได้เข้าสัมภาษณ์ แสดงว่าคุณมีบางอย่างที่เขาต้องการอยู่แล้ว เมื่อคิดอย่างนี้ จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสามารถเท่าเทียมกับผู้สัมภาษณ์ อาการตื่นเต้นก็จะน้อยลงไปเอง อีกประการหนึ่ง ถ้าหากว่าคุณได้เตรียมการทุกอย่างที่จำเป็นไว้พร้อมแล้ว ความพร้อมของคุณก็จะมีส่วนช่วยให้คุณได้สบายใจขึ้นได้อย่างมาก
เมื่อคุณเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ การทำความเคารพผู้ที่จะสัมภาษณ์คุณ การสัมภาษณ์อาจจะมีลักษณะเป็นการสัมภาษณ์เดี่ยว หรือการสัมภาษณ์โดยมีผู้สัมภาษณ์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปก็ได้ ในกรณีของการสัมภาษณ์เดี่ยวก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีผู้สัมภาษณ์หลายๆ คน เช่น มี 3 คน ปัญหาจะเกิดขึ้นว่าคุณจะทำความเคารพอย่างไร จะทำความเคารพทั้งหมดทีละคน หรือจะทำความเคารพรวมๆ กันไป โดยไม่สนใจว่ามีใครบ้าง ข้อแนะนำก็คือ ให้ทำความเคารพไปที่กรรมการที่นั่งตรงกลางคนเดียวก็พอ เพราะโดยปกติผู้มีอาวุโสมักจะเป็นผู้นั่งตรงกลางเสมอ ขณะทำความเคารพ คุณควรยิ้มแย้มบ้าง การยิ้มแย้มแจ่มใสพอประมาณก็เป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ดูว่าคุณมีความเป็นมิตรกับผู้ที่กำลังสัมภาษณ์คุณ ในเรื่องการทำความเคารพนั้น ผู้เขียนมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า มีหลายคนที่ดูเหมือนจะไม่ได้ฝึกการ "ไหว้" ที่งดงามไว้ บางคนไหว้แบบปุบปับ ไม่สบสายตาใคร จนผู้สัมภาษณ์รับไหว้แทบไม่ทัน ความจริง การไหว้ที่นุ่มนวลนั้นเป็น "คะแนนเก็บ" ที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับสังคมไทย เมื่อทำความเคารพหรือทักทายกันแล้ว โดยมากผู้สัมภาษณ์มักจะเชิญให้นั่ง แต่ถ้าบังเอิญผู้สัมภาษณ์ไม่ได้เชิญ ก็ขอให้คุณยืนอยู่สักครู่หนึ่งแล้วค่อยขออนุญาตนั่งลง อย่าผลีผลามนั่งลงไปทันที และก็อย่ายืนคุยกับผู้สัมภาษณ์ข้างๆ เก้าอี้ว่างอยู่นั้นเลย
เรื่องนี้เป็นปัญหาเฉพาะสำหรับผู้สมัครเพศหญิง และเป็นปัญหาเฉพาะสังคมไทยเท่านั้น เคยมีผู้จบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ บางคนสอบถามผู้เขียนว่า ในการแทนตัวผู้ที่เป็นเพศหญิง ควรจะแทนตัวเองว่าอย่างไร จะใช้คำว่า "ดิฉัน" หรือ "หนู" ดี ความจริงนั้น ที่ถูกแล้ว ผู้สมัครที่เป็นเพศหญิงควรจะใช้คำว่า "ดิฉัน" เป็นเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นคำแทนตัวที่สุภาพ เป็นการเป็นงาน แต่คำว่า "หนู" ก็เป็นคำที่สังคมไทยเราพอยอมรับได้ (ไม่ใช่ "เดี๊ยน" หรือ "ดิฮั้น") เพราะเห็นใจว่าบางคนไม่คุ้นเคย มักจะเกิดความประดักประเดิกที่ต้องใช้คำว่า "ดิฉัน" โดยเฉพาะถ้าผู้สมัครเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก แต่ที่ไม่แนะนำให้ใช้เลยคือ "ตุ้ม...หน่อย...จิ๊ ฯลฯ" เพราะดูเป็นส่วนตัวไม่เป็นการเป็นงานเท่าที่ควร ส่วนการพูดถึงผู้ที่ทำหน้าที่สัมภาษณ์นั้น เราควรใช้คำว่า "ท่าน" ไว้ก่อน แม้ว่าบางทีเขาอาจจะดูไม่เป็นผู้ใหญ่อะไรมากมายนักก็ตาม และในระหว่างสัมภาษณ์นั้น ถ้าบังเอิญมีการพูดถึงบุคคลที่ 3 ก็ขอให้เลือกคำพูดที่สุภาพเช่น เมื่อเอ่ยถึงครูบาอาจารย์ หรือบิดามารดา ก็ควรใช้สรรพนามว่า "ท่าน" มิใช่ "แก" หรือ "เขา" อย่างที่เรามักจะพูดกันบ่อยๆ
โดยทั่วไปแล้ว ผู้สัมภาษณ์มักขะใช้คำถามทั่วๆ ไปที่ใกล้เคียงกันเป็นส่วนใหญ่ ถ้าหากว่าเป็นไปได้ในลักษณะนี้ความสามารถของคุณที่จะตอบคำถามต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเฉลียวฉลาด เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ถ้าคำตอบของคุณวกวน ขัดกันเองในเนื้อหาเรื่องเดียวกัน คุณก็จะมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับการคัดเลือก อย่าลืมว่า มีผู้ที่ต้องการตำแหน่งนี้อีกหลายคนและอย่าลืมว่า จงตอบคำถามด้วย "ความจริง" ที่ไม่ได้ตกแต่งจนเลอเลิศเกินไป ผู้สัมภาษณ์ที่ฉลาดสามารถบอกได้ว่า คนที่นั่งข้างหน้าเขานั้น คนใดที่พูดไม่จริง โดยดูได้จากคำตอบที่วกวนไปมานั่นเอง คำตอบที่ตรงไปตรงมา เปิดเผย แม้ว่าในใจของคุณอาจจะไม่ค่อยชอบตอบคำถามนั้นสักเท่าไรนัก เช่นว่า วิชาภาษาอังกฤษของคุณได้คะแนนน้อยไปหน่อย ก็ขอให้บอกความจริงไปตามนั้น อย่าพยายามพูดโอ้อวดหรือแก้ตัว เพราะคุณอาจถูกตั้งคำถามให้แสดงภูมิความรู้ให้ใกล้เคียงกับที่คุณบอกไว้ก็ได้ ถึงตอนนั้นคุณจะยุ่งใจโดยใช่เหตุ ในขณะเดียวกันนั้น การพูดเพื่อ "ถ่อม" ตนจนเกินเหตุ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี ถ้าไม่จำเป็นต้องพูดถึงจุดอ่อนของเรา เราก็ไม่ควรไปพูดถึง ไม่ค่อยมีใครอยากซื้อสินค้าที่ผู้ขายบอกว่า "ไม่สดนัก" "ไม่หวานเท่าไหร่" (ขนาดผลไม้มีรถเปรี้ยว คนขายยังบอกว่ามีรสหวานปะแล่มๆ เพื่อให้สินค้าของตนมีคุณค่ามากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้)
ในการตอบคำถามทุกคำถาม พยายามตอบให้ตรงประเด็นที่สุด มีคนจำนวนไม่น้อยที่ชอบยกแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายก่อนจะตอบคำถามที่ต้องการให้ตอบว่า ใช่หรือไม่ใช่ ถูกหรือผิด คุณควรตอบคำถามแรกเสียก่อน แล้วถ้าเผื่ออยากจะขยายความอีก ก็ค่อยพูดต่อไป แต่อย่าทำให้คำตอบของคุณยาวเกินไป อย่าลืมว่า ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่มีเวลาไม่มากนัก และเขาอาจจะสัมภาษณ์คนอื่นๆ ก่อนคุณมาตั้งนานแล้วก็ได้ แต่การทำตามข้อแนะนำข้อนี้ ก็มิได้หมายความว่าให้คุณเป็นคนที่ "ถามคำตอบคำ" เพราะคำตอบที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการรู้ มิใช่คำตอบว่า "ชอบ...ไม่ชอบ" แต่อยากรู้ว่าชอบเพราะอะไร ดีหรือไม่ดีเพราะอะไรด้วย และถ้าคำถามนั้น คุณฟังแล้วไม่เข้าใจคุณก็อาจจะขอให้ผู้สัมภาษณ์อธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยก็ได้ ดีกว่าที่จะตอบคำถามนั้นไป ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจ
ที่มา zeon |






