สิ่งที่ดีและสวยงามที่สุดในโลก มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่จะรู้สึกได้จากหัวใจ
0 คะแนน
|
62 ผู้เข้าชม

ถั่ววอลนัท

อาหารลดคอเลสเตอรอล อีกชนิดที่ไม่ควรพลาด รู้ยังกินวอลนัททุกวันดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

คอเลสเตอรอลเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ควรมีในจำนวนมาก แต่ด้วยพฤติกรรมรับประทานอาหารตามใจปากอาจทำให้เราเผลอรับคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่สูงเกินพอดีได้ ดังนั้นหลายคนจึงมองหาวิธีลดคอเลสเตอรอลในเลือดกันอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้วการลดคอเลสเตอรอลก็ไม่ได้ทำยากเกินความสามารถของเราหรอกค่ะ เพียงแค่กินถั่ววอลนัททุกวันก็ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้แล้ว แถมยังได้ประโยชน์อื่น ๆ จากถั่ววอลนัทตามนี้ติดไปด้วย


1. ลดคอเลสเตอรอล

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยว่า วอลนัทอุดมไปด้วยโฟเลท วิตามินอี และไขมันชนิดดี ที่แม้จะเป็นถั่วที่ให้แคลอรีค่อนข้างสูง แต่กลับไม่พบว่าวอลนัทเป็นส่วนเร่งน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

นอกจากนี้นักวิจัยจาก Yale University Prevention Research Center ก็ได้เผยข้อมูลการทดลองมาว่า กลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานวอลนัทจำนวน 2 ออนซ์ หรือประมาณ 56 กรัม เป็นประจำทุกวันในระยะเวลานาน 6 เดือน จะมีระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่ได้คุมอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วยเลยก็ตาม

ดังนั้นนักวิจัยจึงการันตีว่าวอลนัทสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้จริง และจะดีมากหากรับประทานวอลนัทประมาณ 1 กำมือต่อวัน

2. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

วอลนัทเป็นพืชตระกูลถั่วที่อุดมไปด้วยโปรตีน มีไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งนอกจากจะช่วยลดระดับของคอเรสเตอรอลแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ สอดคล้องกับงานวิจัยที่ระบุว่าวอลนัทเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีประโยชน์มากสำหรับหัวใจ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยปกป้องเยื่อบุหลอดเลือดแดงที่อาจเกิดการอุดตันจนทำให้หัวใจวายได้อีกต่างหาก

3. ช่วยลดน้ำหนัก

วอลนัทปริมาณ 1 ออนซ์ หรือราว ๆ 28 กรัม มีปริมาณไฟเบอร์อยู่ 2 กรัม โปรตีน 4 กรัม และกรดไขมันโอเมก้า 3 2.5 กรัม จึงนับว่าเป็นอาหารที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้ โดยเฉพาะคนที่กำลังควบคุมอาหาร การรับประทานวอลนัทสัก 1 กำมือต่อวันจะช่วยให้คุณคอนโทรลแคลอรีของอาหารที่จะกินเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น

4. ลดความเสี่ยงโรคอ้วนลงพุง

สารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติต้านการอักเสบในวอลนัทเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยต่อต้านความเสี่ยงโรคอ้วนลงพุงได้ อีกทั้งโปรตีนและไฟเบอร์ในวอลนัทยังจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้อง เอื้อให้คุมอาหารได้ดีขึ้น

5. ป้องกันโรคเบาหวาน

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงใน Journal of Nutrition เผยว่า อาสาสมัครที่รับประทานวอลนัทปริมาณ 28 กรัม เป็นเวลา 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีแนวโน้มลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ราว 24% เลยล่ะ

6. ป้องกันความจำเสื่อม

ดร.Abha Chauhan และคณะจาก New York State Institute ได้ทดลองให้หนูกินวอลนัทเป็นประจำและพบว่า วิตามินอีและฟลาโวนอยด์ในวอลนัทมีส่วนช่วยทำลายอนุมูลอิสระและเคมีร้ายบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับโรคสมองเสื่อม ทำให้หนูทดลองที่มีภาวะสมองเสื่อมมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

7. ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

นักวิจัยจาก Marshall University พบว่า หากรับประทานวอลนัทเป็นประจำทุกวัน ในปริมาณไม่ต่ำกว่า 56 กรัม จะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้ โดยอ้างจากการทดลองที่ให้หนูกินวอลนัททุกวัน ซึ่งผลปรากฏว่า หนูทดลองมีแนวโน้มเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมลดลง และมีจำนวนเนื้องอกลดจำนวนลง อีกทั้งหนูที่ถูกวินิจฉัยว่ามีเนื้องอกอยู่ในตัว เนื้องอกเหล่านั้นก็มีขนาดเล็กลงด้วย

8. ลดความเครียด

วอลนัทมีสรรพคุณเด็ดดวงตรงที่ช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะทั้งไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 และอัลฟา-ลิโนลินิค ที่มีอยู่ในวอลนัท เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดระดับความดันโลหิต แถมยังช่วยคงระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะสมดุลอีกต่างหาก

9. แก้ปัญหานอนไม่หลับ

รู้ยังว่าวอลนัทมีเมลาโทนินอยู่ด้วยนะ และเมลาโทนินก็เป็นตัวที่คอยควบคุมนาฬิกาชีวิตของเรา ช่วยให้เรานอนหลับและตื่นได้ตามเวลาปกติ ไม่เกิดอาการนอนไม่หลับ นอนไม่พอ ดังนั้นหากจะบอกว่าวอลนัทเป็นอาหารที่ช่วยให้นอนหลับสบายก็คงไม่ผิดนัก

10. บำรุงเชื้ออสุจิให้แข็งแรง

ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเผยให้ทราบว่า การรับประทานวอลนัททำให้เชื้ออสุจิของผู้ชายแข็งแรงขึ้นได้จริง ๆ โดยอ้างอิงจากการสำรวจที่แบ่งผู้ชาย 2 ออกเป็นกลุ่มด้วยกัน ซึ่งผู้ชายกลุ่มแรกจะต้องรับประทานวอลนัททุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นไม่ให้รับประทานวอลนัทหรือถั่วชนิดอื่น ๆ เลย ผลปรากฏว่า เชื้ออสุจิของผู้ชายกลุ่มแรกมีความสมบูรณ์และแข็งแรงมากกว่าเชื้ออสุจิของผู้ชายกลุ่มที่สองอย่างเห็นได้ชัด

ใครที่ไม่ไหวกับการกินกระเทียมเพื่อให้ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลองรับประทานวอลนัทดูบ้างก็ได้นะคะ และพยายามหมั่นออกกำลังกายช่วยด้วยอีกทาง คราวนี้สุขภาพดี ๆ ที่ไม่มีคอเลสเตอรอลในเลือดเกินก็คงอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว

 
ที่มา 10 ประโยชน์ของถั่ววอลนัท กินทุกวันลดคอเลสเตอรอลได้

 370
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จักประเภทของนม ก่อนเลือกให้เหมาะสมกับลูกวัยขวบปีแรก
259 ผู้เข้าชม
มาดูประโยชน์จากผลมะกรูดกันว่าช่วยอะไรได้บ้าง
191 ผู้เข้าชม
การกินถั่วเป็นประจำ ช่วยชะลอการเติบโตของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์
187 ผู้เข้าชม
ปลาทูน่าอุดมไปด้วยน้ำมันปลาที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ มีสาร DHA และ EPA ในปริมาณสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นเซลล์ที่ทำหน้าที่ เผาผลาญไขมัน และการทำงานของเซลล์สมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
102 ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์